บก.ตม.4 จับชาวกีนีแปลงสัญชาติเป็นเซเนกัลเตรียมเป็นนักฟุตบอลอาชีพในไทย

บก.ตม.4 จับชาวกีนีแปลงสัญชาติเป็นเซเนกัลเตรียมเป็นนักฟุตบอลอาชีพในไทย

ที่มา https://www.posttoday.com/social/general/647539

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ร่วมแถลงผลการจับกุมคดีสำคัญ 3 คดี โดยคดีแรกจับกุมนายซังแจ อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้ หลังได้รับการประสานจากสถานทูตประเทศเกาหลีใต้ประจำประเทศไทยว่า เป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติดระหว่างประเทศจากประเทศไทยไปยังประเทศเกาหลีใต้ และได้หลบหนีความผิดมาซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคฃโควิด-19 ชุดสืบสวนจึงได้ตรวจสอบรายชื่อบุคคลดังกล่าวกับระบบสารสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ไบโอเมทริกซ์ (Biometrics) ทำให้ทราบว่า บุคคลดังกล่าวมีที่พักอาศัยและมีการแจ้งพื้นที่พักอาศัยอยู่ใน จ.ขอนแก่น

ทั้งนี้ ชุดสืบสวนจึงดำเนินการตรวจสอบทราบว่า นายซังแจพักอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งย่านชานเมือง จ.ขอนแก่น เมื่อลงพื้นที่ไปตรวจสอบกลับไม่พบจึงสะกดรอยติดตามความเคลื่อนไหวของแฟนสาว กระทั่งทราบว่า มีที่พักอยู่หลายแห่งและทราบอีกว่านายซังแจได้เดินทางไปซ่อนตัวอยู่ในคอนโดหรูแห่งหนึ่งใน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงวางแผนเข้าจับกุม กระทั่งพบผู้ต้องหาเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและเมื่อนำตัวมาตรวจสอบกับระบบไบโอเมทริกซ์ พบว่า เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่เกินกำหนด (Overstay) จำนวน 294 วัน จึงจับกุมตัวและแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต พร้อมนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายและแจ้งสถานทูตประเทศเกาหลีใต้ประจำประเทศไทยเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

สำหรับ คดีที่สองจับกุมขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่เข้ามาในไทย โดยใช้เส้นทางผ่านจ.นครราชสีมา จึงประสานหน่วยงานข้างเคียงสกัดจับ เบื้องต้น พบรถแท็กซี่ 2 คัน ขับขี่ผ่านด่านตรวจยานพาหนะสีคิ้ว ถ.มิตรภาพ ที่เจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจสกัดอยู่ จึงให้สัญญาณเพื่อขอตรวจสอบ พบกลุ่มบุคคลจำนวน 11 คน โดยสารมาในรถยนต์เต็มคัน ทั้ง 2 คัน ทั้งหมดเป็นบุคคลสัญชาติลาว พบว่าไม่มีเอกสารประจำตัว ขณะที่ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ทั้งสองคันชาวไทยรับสารภาพว่า ได้รับว่าจ้างจากนายสาคอน ชาวลาว ให้มารับบุคคลต่างด้าว จากริมถนนในเขตอ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร เพื่อนำไปส่งปลายทางกรุงเทพฯ ได้รับค่าจ้างจำนวน 3,000 บาท ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใด ๆ ให้คนต่างด้าวพ้นการจับกุม ส่วนชาวลาว 11 ราย แจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลติดตามตัวนายสาคอน ผู้ว่าจ้างมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า คดีที่สามตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจ.สกลนคร จับกุมนายทาสิรู สัญชาติกีนี เป็นบุคคลต้องห้ามเข้าประเทศ หรือแบล็คลิสต์ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2561-2566 หลังแอบอ้างใช้หนังสือเดินทางปลอม ที่เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และสัญชาติแล้ว เป็นชื่อนายซาล สัญชาติเซเนกัล เข้ามายังประเทศไทยและดำเนินการยื่นเรื่องเป็นนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจ.สกลนคร ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วยระบบ Biometric พบว่า ไม่มีข้อมูลอัตลักษณ์พื้นฐานในระบบ จึงประสานไปยัง บก.ตม.4 ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ปรากฎว่า ลายมือตรงกันและเชื่อว่าเป็นบุคคลเดียวกัน จึงได้ทำการจับกุมก่อนเพิกถอนใบอนุญาตการให้อยู่ในราชอาณาจักร พร้อมดำเนินการผลักดันกลับประเทศต้นทางต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น