บก.ตม.4 ใช้ระบบไบโอแมทริกช์ ติดตามตัวและกดดันจนพ่อนำเด็กมาส่งที่บ้าน

บก.ตม.4 ใช้ระบบไบโอแมทริกช์ ติดตามตัวและกดดันจนพ่อนำเด็กมาส่งที่บ้าน

สาวขอนแก่น รุดขอบคุณ ตม.ช่วยลูกสาววัย 9 ขวบกลับคืนมาได้ หลังถูกแฟนหนุ่มชาวฟินแลนด์ลักพาตัวไปที่ จ.หนองคาย เบื้องต้นพบพ่อที่แท้จริงต้องการจัดงานวันเกิดให้กับลูกสาวแต่เจ้าตัวไม่ปักเชื่อ

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 25 ก.ย. 62 ที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 4 (บก.ตม.4) พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.พิชญวุฒิ สงวนสมบัติศิริ รอง ผบก.ตม.4 พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.สส.ตม.4 ร่วมให้การช่วยเหลือ นางบุญไทย ฮาลิเน่น อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 211ม.19 บ้านใหม่ชัยมงคล ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น หลังได้รับการประสานงานในการติดตามตัว ด.ญ.โอลิเวีย ฮาลิเน่น อายุ 9 ขวบ ซึ่งถูกพ่อเลี้ยงชาวฟินแลนด์ คือ นายจักโก้ โคสดินเน่น ทอมัส ( MR.JARKKO KOSKINEN TUOMAS) ก่อเหตุลักพาตัวไปจากโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในเขต อ.กระนวน จ.ขอนแก่น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4 กล่าวว่า ภายหลังจากที่ บก.ตม.4 ไดรับแจ้งจาก สภ.กระนวน รวมทั้งมีการเผยแพร่ข้อมูลจากโลกโซเชียนมีเดียถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้สั่งการให้ กก.สส.ตม.4 ทำการสืบสวนสอบสวนและลงพื้นที่พบผู้เสียหาย จนได้ข้อมูลชัดเจนว่าผู้ที่ก่อเหตุคือนายจักโก้ ชาวฟินแลนด์ และเป็นสามีของนางบุญไทย โดยทำการลักพาตัว ด.ญ.โอลิเวีย ไปส่งมอบให้กับนายจักก้า ฮาลิเน่น มาร์ตี้ (MRJUKKA HALINEN MARTT) สัญชาติฟินแลนด์ ซึ่งเป็นบิดาของ ด.ญ.โอลิเวีย ซึ่งนายจักก้า นั้นได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 ก.ย. และเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.หนองคาย โดยจากการสืบสวนพบว่านายจักโก้ นั้นได้เข้าพบกับนายจักก้า ที่โรงแรมดังกล่าว จริงและได้นำตัว ด.ญ.โอลิเวีย มอบให้กับนายจักก้า จากนั้นนายจักโก้ ได้เดินทางออกนอกประเทศไทยไปผ่านด่าน ตม.หนองคาย ทันที

“ ชุดสืบสวนได้แกะรอยคนร้าย โดยเริ่มจากนายจักโก้ ซึ่งปัจจุบันเป็นพ่อเลี้ยงของ ด.ญ.โอลิเวีย นั้นได้ก่อเหตุจริง จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรมตามยุทธวิธี ประกอบกับการตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบไบโอเมทิก ตามมาตรา 38 ของ พรบ.ตรวจคนเข้าเมือง ที่เจ้าของที่พัก หรือโรงแรมจะต้องแจ้งข้อมูลชาวต่างชาติที่เข้าพักผ่านระบบออนไลน์ ให้กับ ตม.ทราบ จึงพบว่านายจักก้า นั้นเข้าพักที่ จ.หนองคาย กำลังเจ้าหน้าที่จึงแกะรอย และประสานการทำงานร่วมทุกฝ่าย จนในที่สุดนายจักก้า ทนการกดดันของเจ้าหน้าที่ไม่ไหว จึงพา ด.ญ.โอลิเวีย นั่งรถแท็กซี่จาก จ.หนองคาย มาส่งให้กับแม่ของเด็กที่ จ.กระนวน และเดินทางออกนอกประเทศไทยไปแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านม ที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ”

ผบก.ตม.4 กล่าวต่ออีกว่า จากพฤติการณ์ณืและการสอบปากคำ ด.ญ.โอลิเวีย ซึ่งมีสัญชาติไทย-ฟินแลนด์ จึงสรุปได้ว่าเหตุการณืที่เกิดขึ้นนั้นคือพ่อแท้ๆต้องการที่จะฉลองวันเกิดและจัดงานวันเกิดให้กับลูกสาวซึ่งตรงกับวันที่ 22 ก.ย.จึงเดินทางมาทีประเทศไทย เมือวันที่ 20 ก.ย. และ เดินทางออกนอกประเทศไทยในวันนี้ แต่ไม่กล้าไปรับลูกสาวด้วยตัวเอง จึงให้พ่อเลี้ยงซึ่งเป็นเพื่อน พาลูกสาวไปพบที่โรงแรมในจังหวัดหนองคาย เมื่อพบเจอหน้าลูกแล้วก็พาไปส่งคืนให้มารดาและก็เดินทางกลับประเทศ ทั้งนี้ในเรื่องขงความผิดถูกตามข้อกฎหมายนั้นต้องดูที่เจตนา แต่ก็ยังเชื่อว่า ที่พ่อเลี้ยงพาลูกสาวออกจากไปบ้านในครั้งนี้ ไม่ได้บอกกล่าวมารดา ก็เพื่อให้ลูกพบกับพ่อแท้ๆเท่านั้น แต่หากทางแม่ของเด็กติดใจก้สามารถที่จะส่งขอมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ตำรวจเอาผิดไปและขณะนี้ ชาวฟินแลนด์ ทั้ง 2 คนนั้นได้ออกนอกประเทศไทยไปแล้ว

ขณะที่นางบุญไทย ฮาลิเน่น กล่าวว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะลูกสาวหายตัวไป เมื่อรู้ว่า สามีใหม่พาลูกสาวไปพบพ่อแท้ๆพามาส่งที่กระนวนอย่างปลอดภัยก็ดีใจ และได้ถามลูกสาวแล้ว ลูกสาวก็บอกว่า พ่อพาไปเที่ยวไปกินข้าวและซื้อของขวัญวันเกิดให้ ก่อนจะพามาส่งกลับบ้าน

“โดยส่วนตัวไม่ติดใจเอาความกับสามีใหม่และอดีตสามี เพียงแต่อยากให้มาคุยกัน ทำความเข้าใจกัน เพราะตอนนี้ต้องเลี้ยงดูลูกทั้งสองคนเพียงลำพัง อยากให้สามีทั้งสองคนมาช่วยเหลือบ้าง และหากคิดถึงลูกอยากมาเยี่ยมมาหาก็มาได้ ไม่ขัดขวางและไม่ห้าม ”

 

อ้างอิงจาก https://siamrath.co.th/n/105157 และ http://www.esandailyonline.com/17654

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *