สตม.เปิดธีม รักแรกพบ!! รับปีใหม่

สตม.เปิดธีม รักแรกพบ!! รับปีใหม่

สตม. เด้งรับปีกระตุ้นท่องเที่ยวไทยของรัฐบาล เปิดธีม “รักแรกพบ!!”หรือ Love at first sight by Thai Immigration !! รับเป้าหมายนักท่องเที่ยวปี 2561 โต 5% 34 ล้านคน

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2560 เวลา 16.00 น. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. ได้เดินทางมาเป็นประธานพิธีปล่อยแถวข้าราชการตำรวจ ตม., ตร.ท่องเที่ยว, ตร.สภ.สุวรรณภูมิ, จนท.การท่าฯ, สายการบิน ทหาร และภาคเอกชน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อกระตุ้นและแสดงความพร้อมของหน่วยงานต่างๆในการเตรียมการรองรับปริมาณนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศ ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว คาดว่า จะมีถึงวันละ 150,000 ถึง 170,000 คน โดยจะมีการร่วมกันทำงานแบบบูรณาการ ตั้งแต่การจัดเที่ยวบินให้เหมาะสม เพื่อจะรองรับจำนวนผู้โดยสารสูงสุดในรอบชั่วโมงของการท่าฯ การประชาสัมพันธ์และดูแลผู้โดยสารของสายการบิน การตรวจสัมภาระบุคคลของฝ่าย รปภ.การท่าฯ รวมถึงพิธีการตรวจคนเข้าออกราชอาณาจักรของ ตม.
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 เผยว่า ปีนี้ ในส่วนของ สตม.ได้จัดธีม ” รักแรกพบ” หรือ ” Love at first sight by Thai Immigration” ขึ้น เพื่อรองรับปีแห่งการท่องเที่ยววิถีไทย ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนในปี 2561 เหตุผลเนื่องจาก จนท.ตม.มีบทบาทเสมือนเป็นประตูหลักของประเทศ และทำหน้าที่ “ผู้ให้การต้อนรับแขกคนแรก” และ “ผู้ส่งแขกคนสุดท้าย”ในนามคนไทยทั้งประเทศ ให้กับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งเป็นแขกที่สร้างรายได้ของประเทศ ทาง บก.ตม.2 จึงได้จัดทำแผนรองรับช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยมีการดำเนินการสำคัญ 2 ส่วน คือ
1. ส่วนสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสายตานักท่องเที่ยวและนักลงทุนในการเดินทางเข้าออกประเทศภายใต้กรอบกฎหมายและหลักความมั่นคง โดยการจัดกำลังพลจากด่าน ตม.ทั่วประเทศ เสริมการปฏิบัติในทุกสนามบิน โดยเฉพาะ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ ท่าอากาศยานดอนเมือง นอกจากนี้ได้มีการเตรียมช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Auto channel) สำหรับผู้โดยสารคนไทย โดยติดตั้งที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 32 ช่องตรวจ (ขาเข้า 16 ช่องตรวจ,ขาออก 16 ช่องตรวจ) ท่าอากาศยานดอนเมือง จำนวน 8 ช่องตรวจ (ขาเข้า 4 ช่องตรวจ,ขาออก 4 ช่องตรวจ) ทั้งนี้ มีช่อง Auto channel สำหรับคนสัญชาติสิงคโปร์ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 4 ช่องตรวจ จัดอาสาสมัครภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษและภาษาจีน จากการท่าฯ เพื่อช่วยตรวจความเรียบร้อยของเอกสารการเดินทางก่อนเข้ารับการตรวจหนังสือเดินทาง และได้มีการจัดช่อง priority สำหรับ เด็ก คนชรา ผู้พิการ สตรีมีครรภ์ ตลอดจนเปิดสายด่วน 1178 เพจ และเว็บไซต์ เพื่อตอบข้อสงสัยแก่นักท่องเที่ยวและผู้สนใจ เกี่ยวกับกฎระเบียบต่างๆ นอกจากนี้ได้มีการประชาสัมพันธ์ เพื่อทำความเข้าใจขั้นตอนการดำเนินการของ ตม.เพื่อแสวงหาความร่วมมือและสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวและนักลงทุนทางสื่อต่างๆ ทั้งทางโทรทัศน์ นสพ. วิทยุ และ สื่อออนไลน์ ตลอดจน ป้าย สิ่งพิมพ์ที่ด่าน ตม.
2. ส่วนสร้างความมั่นใจ แก่นักท่องเที่ยวและนักลงทุน ตลอดจนสังคมไทย ในการสกัดกั้นคัดกรอง ไม่ให้มีบุคคลที่เป็นภัยคุกคามทุกรูปแบบ เข้ามาก่อความไม่สงบเรียบร้อยและเป็นภัยต่อบรรดานักท่องเที่ยวและสาธารณะชนในประเทศ โดยเด็ดขาด โดยมีการดำเนินการสำคัญคือ ประสานข้อมูลโต๊ะข่าวร่วมกับหน่วยข่าวความมั่นคง วิเคราะห์เพื่อประเมินสถานการณ์บุคคลเฝ้าระวังเที่ยวบินเป้าหมาย โดยเฉพาะการสกัด จับกุม กลุ่มลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย กลุ่มค้ายาเสพติด และกลุ่มค้ามนุษย์ นอกจากนี้ สตม.ยังได้มีการปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ตม. เพื่อรองรับการประมวลผลที่รวดเร็วมากขึ้น ตลอดจนการนำเทคโนโลยีการตรวจและจัดเก็บข้อมูลชีวภาพ แบบลายนิ้วมือ finger print มาใช้ในปี 2561 เพื่อช่วยตรวจสอบการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินของบุคคลต้องห้ามได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ฯ เผยว่า จะมีการปฏิบัติควบคู่กับการกวาดล้างอาชญากรรมภายในประเทศด้วย

การปฏิบัติดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร ที่คาดหวังให้ สตม.ทำหน้าที่ ประตูของประเทศที่มีความเข้มแข็งในมิติความมั่นคง และการอำนวยความสะดวก รองรับความสงบเรียบร้อยของชาติ และการสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ ตามยุทธศาสตร์ประเทศ 20 ปี ต่อไป

ทั้งนี้ หากนักท่องเที่ยวมีข้อสงสัย หรือต้องการทราบขั้นตอนการปฏิบัติใดๆ เกี่ยวกับ ตม. สามารถติดต่อสายด่วน สตม. 1178 ได้ตลอดเวลา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *